SaRaBuRi

คำขวัญ ประจำจังหวัดสระบุรี
                   พระพุทธบาทสูงค่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ฐานผลิตอุตสาหกรรม เกษตรนำล้ำแหล่งท่องเที่ยว หนึ่งเดียวกะหรี่ปั๊บนมดีประเพณีตักบาตรดอกไม้งาม เหลืองอร่ามทุ่งทานตะวัน ลือลั่นเมืองชุมทาง 
                   สระบุรี เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งแต่โบราณสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นประมาณ พ.ศ. 2092 ในรัชสมัยสมเด็จ พระมหาจักรพรรดิ์ การตั้งเมืองนี้ สันนิษฐานว่าพระองค์โปรดเกล้าฯให้แบ่งพื้นที่เขตเมืองลพบุรีกับเมืองนครนายก บางส่วนมารวมกัน ตั้งขึ้นเป็นเมืองสระบุรี ทั้งนี้เพื่อต้องการให้เป็นศูนย์ระดมพลเมืองในยามศึกสงคราม เพราะฉะนั้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา จึงมักพบเรื่องราวของจังหวัดสระบุรีเกี่ยวกับการศึกสงครามอยู่เสมอ สำหรับที่มาของคำว่า “สระบุรี” สันนิษฐานว่า เพราะเหตุที่ทำเลที่ตั้งครั้งแรกมีบึงอยู่ใกล้ คือ “บึงหนองโง้ง” เมื่อตั้งเมืองขึ้นจึงได้นำเอาคำว่า “สระ” มารวมเข้ากันกับคำว่า “บุรี”                 
                   “สระบุรี” สระบุรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 107 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 13 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง หนองแซง เสาไห้ บ้านหมอ พระพุทธบาท หนองโดน แก่งคอย มวกเหล็ก วังม่วง วิหารแดง หนองแค ดอนพุด และเฉลิมพระเกียรติ มีพื้นที่ทั้งสิ้นประมาณ 3,576 ตารางกิโลเมตร
ข้อมูลการเดินทาง รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ถึงแยกวงแหวนต่างระดับอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ให้แยกขวาเข้าถนนมิตรภาพไปอีกประมาณ 60 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวเมืองจังหวัดสระบุรี หรือใช้ทางพิเศษอุดรรัถยา สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1543 รถไฟ
มีบริการเดินรถไฟจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปจังหวัดสระบุรีทุกวัน วันละหลายขบวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง และบางขบวนยังสามารถแวะลงได้ที่สถานีแก่งคอย และสถานีมวกเหล็กได้ด้วย
                     สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 0 2220 4334, 0 2220 4444 (สำรองตั๋วทางโทรศัพท์ล่วงหน้า 3 วัน ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 60 วัน) หรือ http://www.railway.co.th รถโดยสารประจำทาง จากกรุงเทพฯ มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศของ บริษัท ขนส่ง จำกัด ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) ถนนกำแพงเพชร 2 วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 2936 2852-66หรือ http://www.transport.co.th สถานที่ท่องเที่ยว

Amphoe Sao Hai

อำเภอเสาไห้

อำเภอเสาไห้ : Amphoe Sao Hai : คำขวัญของอำเภอเสาไห้ คือ เสาตะเคียนคู่บ้าน ถิ่นข้าวสารพันธุ์ดี ผ้าทอหลากสี ประเพณีเรือยาว

เส้นทางสู่…

                แม่น้ำป่าสักในช่วงที่ไหลผ่านจังหวัดสระบุรี ค่อนข้างคดเคี้ยว จึงไม่เหมาะกับการสัญจร หรือการขนส่ง ทางน้ำ แต่ในช่วงที่ไหลผ่านอำเภอเสาไห้ เป็นช่วงที่มีความคดเคี้ยวน้อยที่สุด ประกอบกับ ชุมชน ในแถบนี้ค่อนข้างมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลำน้ำ โดยเฉพาะมีความผูกพันธ์กับพระมหากษัตริย์ หลายพระองค์ตั้งแต่เมื่อครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระเจ้าทรงธรรมทรงค้นพบรอยพระพุทธบาท และพระพุทธฉาย ได้ใช้เส้นทางลำน้ำป่าสักนี้เสด็จประพาส รวมถึงในช่วงอำเภอเสาไห้นี่เองก็เป็น หนึ่งใน “เบญจสุทธิคงคา” แหล่งนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปใช้ในพิธีมุรธาพิเภก หลากหลายประเพณีได้กระทำที่ลำน้ำป่าสักแห่งนี้ ประเพณีการแข่งเรือยาวในจังหวัดสระบุรี เป็น ประเพณีที่ได้รับการสืบทอดมายาวนาน และเป็นประเพณีที่ได้รับความนิยมในระดับประเทศ ใน แต่ละปีจะมีเรือจากทั่วทุกสารทิศ ทั่วประเทศมาร่วมประลองฝีมือเพื่อค้นหาทีมเวิร์คที่มีความสมาน สามัคคีกันที่สุด การแข่งขันเรือยาวประเพณีลุ่มน้ำป่าสัก จัดให้มีการแข่งขันเป็นประเพณี ณ บริเวณท่าน้ำหน้าที่ว่าการอำเภอเสาไห้ทุกปี ในวันเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือนกันยายน โดยเชิญเรือยาวจากจังหวัดต่าง ๆ แบ่งประเภทของเรือเป็น 4 ประเภท ได้แก่เรือยาวใหญ่ 55 ฝีพาย เรือ 30 ฝีพาย 12 ฝีพาย และ10 ฝีพาย เข้าแข่งขันหาผู้ชนะเลิศ ถือว่าเป็นการอนุรักษ์ประเพณีของท้องถิ่นอย่างหนึ่ง

สายน้ำที่หลั่งไหล

                  คพาหนะสำคัญในการสัญจรมาแต่อดีต อัญเชิญผ้าป่า ผ้าห่ม หรือกฐิน ไปทอดถวายตามคุ้มวัดต่างๆ ที่อยู่ริมน้ำทั่วไป ระหว่างนี้เองจึงมีการประลองฝีพายของคุ้มบ้านและคุ้มวัดต่างๆ ก่อกำเนิดเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามบนสายน้ำและวิวัฒนาการมาเป็นการแข่งขันเรือยาวประเพณี อันยิ่งใหญ่เกรียงไกรในวิถีชีวิตของชาวไทย สืบทอดกันมาจวบจนปัจจุบันในสนามแข่งขันของเมืองไทย ส่วนใหญ่ก็เป็นสนามหน้าวัดของท้องถิ่นนั้น ๆ ที่วัดเสาไห้ก็เช่นกันเป็นอีกวัดหนึ่งที่มีชื่อเสียงด้านการแข่งเรือยาวมาช้านาน และตลอดย่านลำน้ำป่าสักที่ทอดยาวมาหลายจังหวัด คงจะไม่มีใครไม่เคยได้ยิน กิตติศัพท์ความฉกาจฉกรรจ์ของเรือ เทพนรสิงห์ และเรือ เทพนรสิงห์ 88ซึ่งเป็นเรือตำนานอมตะ ที่ทำชื่อเสียงให้แก่อำเภอเสาไห้ และจังหวัดสระบุรีเป็นอย่างมาก กวาดรางวัลชนะเลิศประเพณีการแข่งเรือยาวต่าง ๆ มาแล้วมากมายทั่วประเทศ ถือว่าเป็นเรือที่ดุดันทั้งฝีฝายและตัวเรือที่สวยงามยิ่งใหญ่
                   ความยิ่งใหญ่ของตำนานเรือยาวเจ้าแห่งลุ่มน้ำป่าสัก เทพนสิงห์แห่งวัดเสาไห้ ถ้าใครเคยดูประเพณีแข่งขันเรือยาวของเมืองไทยต้องรู้จักชื่อของเรือเทพนรสิงห์เป็นแน่แท้ เพราะถือว่าเป็นเจ้าแห่งสายน้ำในหลายสนามของไทยมีชื่อเสียงกระฉ่อนไปทั่วคุ้งน้ำในหลายจังหวัด เป็นเรือที่สรรค์สร้างโดยช่างฝีมือชาวบ้าน ซึ่งรักและผูกพันกับการสร้างเรือมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ ช่างดำแห่งอ.หลังสวน จังหวัดชุมพรซึ่งเป็นช่างขุดเรือแบบโบราณชาวบ้าน ฝีมือเอกท่านหนึ่งของเมืองไทยเลยทีเดียว

อยากแนะนำ…

   การเดินทางไปยังตำนานเรือเทพนรสิงห์ วัดเสาไห้และวัดสูง
-ใช้เส้นทางจาก สระบุรี- เสาไห้ ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร
วัดสูงจะอยู่ตรงข้ามที่ว่าการอำเภอเสาไห้ มีป้ายบอกตลอดทาง วัดอยู่ติดถนนในตัวอำเภอ
กิจกรรมที่น่าสนใจในตำนานเรือเทพนรสิงห์ วัดเสาไห้-ชมเรือยาวที่มีชื่อเสียงมากของไทย
สิ่งน่าสนใจอื่นๆในตำนานเรือเทพนรสิงห์ วัดเสาไห้-วัดเสาไห้ หลวงพ่อดำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม สำหรับการมาท่องเที่ยวตำนานเรือเทพนรสิงห์ วัดเสาไห้-ตลอดทั้งปี
คำแนะนำในการท่องเที่ยว-ศาลเจ้าแม่ตะเคียนทองตั้งอยู่ที่ วัดสูง
ตำนานเทพนรสิงห์ตั้งอยู่ที่ วัดเสาไห้ อ. เสาไห้ จ.สระบุรี ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกันยังตั้งอยู่ใกล้ตัวเมืองสระบุรี ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายเช่น
ที่พักห้างสรรพสินค้า และใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวมากมายเช่น วัดพระพุทธบาท,น้ำตกเจ็ดสาวน้อย,อุโมงค์ต้นไม้,ไร่องุ่นต่าง ๆ หรือจะเดินทางต่อไปเที่ยวเขื่อนป่าสักก็สามารถทำได้สบายเดินทางไม่ถึง 30 นาทีหลังจากแวะชมสองตำนานแห่งเสาไห้แล้วก็เชิญเที่ยวกันต่อ
หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ
-สอบถามข้อมูลได้ที่ 0-3642-2768-9 โทรสาร 0-3642-4089

การขุดเรือ

                   ขุดเมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2528 ลงน้ำครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2528 ไม้ที่นำมาขุดคือไม้ตะเคียนทองได้มาจากบ้านหินล่องกล้า อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ความยาวของเรือน 13 วา 2 ศอก 11 นิ้ว ความกว้าง 45 นิ้ว จำนวนฝีพาย 55 คน ช่างที่ขุดเรือชื่อช่างเสริม เชตวัน อยุ่บ้านเกาะหงษ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เดิมชื่อเรือขวัญชาติไทย, บุญสุภา เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นเทพนรสิงห์ 88
ปัจจุบันเรือลำนี้อยู่วัดเสาไห้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี